ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

หลวงปู่จีนวัดเจ้าเจ็ด

สุดยอดพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุค ด้านคาถาอาคมและอักขระเลขยันต์ อักขร ขอมสมัย จนเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุด เป็นพระอาจารย์ที่ดุ และโหดสุด ในสายนี้ จำเป็นต้องขัง ตัวเองไว้ในกรงเหล็ก เวลาสอนลูกศิษย์ เพราะอะไร ? ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีลูกศิษย์มากมาย มาเรียนกับท่าน แม้แต่สุดยอดพระเกจิที่มีชื่อเสียง อย่างหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ยังต้องมากราบขอเป็นลูกศิษย์กับท่าน

หลวงปู่จีนวัดเจ้าเจ็ด 
หลวงปู่จีนวัดเจ้าเจ็ด

 


ตามประวัติที่ได้ทราบ พระอาจารย์จีนนั้นท่านเป็นพระเกจิอยุธยา จำพรรษาอยู่ที่วัดเจ้าเจ็ดองค์แรกตามหลักฐานต่างๆที่มี ซึ่งก่อนหน้านั้นจะมีพระอาจารย์อื่นๆ อีกหรือไม่ก็ไม่สามารถพบประวัติหรือหลักฐานใดๆ แต่ที่แน่ชัดคือ พระอาจารย์จีน ท่านเก่ง อักขระ เลขยันต์ และวิชาคาถาอาคม ซึ่งสืบทอดมาจากครั้งกรุงศรีอยุธยาราชธานีเก่า ความเก่งกาจของหลวงพ่อจีนทำให้มีพระหนุ่ม เณรน้อย เดินทางมาล่ำเรียนวิชากับท่านมากมายในอดีต บางครั้งก็มีที่เดินทางมาจากกรุงเทพ และต่างจังหวัด ซึ่งการเดินทางในสมัยนั้นก็เต็มไปด้วยป่ารกร้าง เส้นทางคมนาคมแสนยากลำบาก อีกทั้งต้องเสี่ยงภัยอันตรายมากมาย แต่ก็มีพระเณรมากราบขอเป็นศิษย์กับหลวงพ่อจีนมากมาย จนต้องตั้งเป็นสำนักเรียนที่วัดเจ้าเจ็ด พระเกจิที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้และได้เป็นศิษย์กับพระอาจารย์จีนก็มี หลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด หลวงปู่คำวัดเจ้าเจ็ด หลวงพ่อปานวัดบางนมโค หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก ฯลฯ เป็นที่โจษย์ขานกันมากว่าพระอาจารย์จีนวัดเจ้าเจ็ดนั้น เป็นพระอาจารย์ที่ดุมาก เมือถึงเวลาสอนพระเณร จะให้พระเณรนั่งเรียงราย เป็นแถวบนศาลา ส่วนท่านนั้น จะเดินเข้าไปนั่งในกรงเหล็กล็อกกุญแจ แล้วเอากุญแจโยนให้ลูกศิษย์ที่นั่งเรียนเก็บไว้ หากใครที่เรียนกับท่านแล้วปฏิบัติหรือท่องจำอ่านเขียนไม่ได้ดังใจท่าน ท่านจะลุกขึ้นมาต่อว่าอย่างหัวเสีย เขย่าลูกกรงเอ็ดตะโร จนพระเณรต่างหวาดกลัวท่าน ตามคำบอกเล่า ของหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ว่าท่านเป็นพระอาจารย์ที่ดุและมือหนักเป็นอย่างมาก ลูกศิษย์คนไหนทำให้ท่านโกรธ ก็จะโดนทำโทษถึงหัวร้างข้างแตกไปเลยก็มี ท่านจึงต้องขังตัวเองเวลาสอนพระเณรที่มาเรียนกับท่าน

หลวงปู่จีนวัดเจ้าเจ็ด 
พระกรุวัดเจ้าเจ็ดเนื้อชินสนิมแดง

 (หมายเหตุ : บทความนี้นำมาจากเว็บไซต์ เจ็ดวัดดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์เดิมของผมที่ปิดไปแล้ว)