ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

หลวงพ่อมี‬ เขมธมฺโม ‬‎พระครูเกษมคณาภิบาล

พระเกจิดัง ลุ่มน้ำคลองขนมจีน แห่งท้องทุ่งเสนา มีชื่อเสียงในเคล็ดวิชา "สิงห์ป้อนเหยื่อ"

เดิมท่านมีชื่อว่า ‪‎บุญมี‬ นามสกุล ‪‎ธนสนธิ์‬ ‪‎เกิดเมื่อวันที่‬ 4 มีนาคม 2454 ตรงกับวันจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปีกุน ณ หมู่บ้านขนมจีน ข้างวัดมารวิชัย ตอนใต้ เป็นบุตรของ ‪‎นายโหมด‬ และ นางพุฒ‬ ธนสนธิ์ โดยหลวงพ่อมีเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนทั้งสิ้น 5 คน 4 ในจำนวนพี่น้องท้องเดียวกัน 5 คนดังนี้

1. หมอแบน 2. นายจุ่น 3. นางสำลี 4. หลวงพ่อมี เขมธัมโม 5. นายสำแล

หลวงพ่อมีท่านได้ตัดสินใจ การอุปสมบทเป็นพระภิกษุสมดังใจ ณ พัทธสีมา วัดมารวิชัย ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 โดยมี ‪‎พระครูอดุลวุฒิกร‬ ‪หลวงพ่อพิน‬ จันทโชโต ‪วัดช่างเหล็ก‬ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ‪พระอุปัชฌาย์‬ ‪‎

หลวงพ่อมีวัดมารวิชัย
หลวงพ่อมีวัดมารวิชัย

หลวงพ่อเขียน‬ โชติสโร ‪‎วัดบ้านพร้าวนอก‬ อ.สามโคก ‪‎จ‬.ปทุมธานี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลวงน้า คือเป็นน้องโยม มารดาของหลวงพ่อมี เป็น ‪‎พระกรรมวาจาจารย์‬ ‪‎หลวงพ่อเกลี้ยง‬ อินทโชติ ‪วัดมารวิชัย‬ ซึ่งภายหลังไปเป็นเจ้าอาวาส วัดสามตุ่ม ในเขตอำเภอเสนา เป็น ‪‎พระกรรมวาจาจารย์แทน‬ ‎หลวงพ่อคล้าย‬ เจ้าอาวาสวัดมารวิชัยขณะนั้น ซึ่งเกิดอาพาธพอดี หลวงพ่อมี ได้รับฉายาเป็นภาษาบาลี จากหลวงพ่อพิน ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ว่า เขมธมฺโม แปลว่า ‎ผู้มีธัมมะอันเกษม‬

 

ด้านพระเวทวิทยาคม หลวงพ่อมีได้เล่าเรียนพุทธาคมกับ หลวงพ่อเขียนวัดบ้านพร้าวนอก ‎ผู้มีศักดิ์เป็นหลวงน้าแท้ๆ‬ โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการเล่นแร่แปรธาตุ และ การสร้างวัตถุมงคลเนื้อเมฆพัต นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระเวทวิทยาคม และ กรรมฐานจากพระอาจารย์ผู้เรืองนามอีกหลายรูปอาทิเช่น ‪‎หลวงพ่อปาน‬ ‪‎วัดบางนมโค‬ โดยอยู่ช่วยหลวงพ่อปาน ‪‎สร้างพระเนื้อดินอยู่‬ 3 ปี จนสำเร็จอสุภกรรมฐาน และ ‎สำเร็จเตโชกสิณ‬ กับ ‪‎หลวงพ่อจง‬ ‪‎วัดหน้าต่างนอก‬

ซึ่งหลวงพ่อจงองค์นี้ หลวงพ่อมีได้อยู่ศึกษาวิชากับท่านมากที่สุด และ นานเกือบ 30 ปีทีเดียว โดยท่านได้เดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างวัดหน้าต่างนอก และ วัดมารวิชัย อยู่เสมอ ๆ ทั้งยังได้ร่วมงานกับหลวงพ่อจงอย่างใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้ง และได้ปฏิบัติดูแลหลวงพ่อจง ตราบจนหลวงพ่อจงท่านสิ้นลมหายใจ

หลวงพ่อมีท่าน ได้รับสมณศักดิ์ดังต่อไปนี้

พ.ศ. 2481 เป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัย

พ.ศ. 2493 เป็นเจ้าคณะตำบลบางนมโค และ พระอุปัชฌาย์

พ.ศ. 2507 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นตรีที่ พระครูเกษมคณาภิบาล

พ.ศ. 2510 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม

พ.ศ. 2514 ได้รับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในพระ ราชทินนามเดิม

ก่อนที่หลวงพ่อมี จะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัยนั้น วัดนี้มีชื่อ ว่า วัดผจญมาร ต่อมาเมื่อหลวงพ่อมีได้เป็นเจ้าอาวาสแทน หลวงพ่อคล้ายที่ลาสิกขาไปแล้ว ท่านพิจารณาเห็นว่าชื่อ วัดผจญมาร เป็นชื่อที่ไม่เป็นสิริมงคลทำให้ต้องพบพานแต่มาร ต้องผจญมารกันอยู่เรื่อย สร้างความอัปมงคลตลอดมา เพราะเจ้าอาวาสองค์ก่อนๆมีอยู่องค์หนึ่งมรณภาพในผ้าเหลือง และ เจ้าอาวาสองค์ต่อๆมาอีก 8 รูปก็ลาสิกขากันทั้งสิ้นรวมทั้งหลวงพ่อคล้ายเจ้าอาวาสองค์ก่อนหลวงพ่อมีด้วย ท่านจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดมารวิชัย หมายถึงมีชัยชนะเหนือมารทั้งปวง นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อมีพระอาจารย์จอมขมังเวทย์ผู้มีชัยชนะมาร ก็เป็น เจ้าอาวาส องค์ที่ 11 สามารถปกครองวัดมารวิชัยไม่เคยลาสิกขาเลย

ทางด้านสาธารณะประโยชน์ต่างท่านได้ทำไว้มากมาย เช่น สร้างศาลาเรียงล้อมศาลาการเปรียญ หลังใหญ่ที่ หลวงพ่อปาน มาสร้างไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วสร้างหอระฆังและกุฏิอีก 3 หลัง ปัจจัยที่มีอยู่ทั้งหมดไปสมทบทุนกับทางราชการสร้างโรงเรียน 2 แห่ง คือโรงเรียนวัดมารวิชัย และ โรงเรียนจุฬาราษฎร์วิทยา ในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2509 และ ยังได้สร้างสถานีอนามัย เนื้อที่ 7 ไร่ กับสำนักงานผดุงครรภ์ประจำตำบลบางนมโค ในเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน อีกด้วย สาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาส่วนใหญา เป็นที่ดินของบรรพบุรุษที่ตกทอดมาถึงหลวงพ่อมี แล้วท่านนำมาบริจาคต่อ ทั้งยังขายที่ดินอีกบางส่วนไป เพื่อนำปัจจัยมาสมทบทุนในการก่อสร้างต่าง ๆ เช่น สร้างฌาปนสถาน

หลวงพ่อมีวัดมารวิชัย
เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่มีวัดมารวิชัย

พ.ศ. 2510 สร้างกำแพงรอบอุโบสถเพื่อความเป็นสัดส่วน และท่านเป็นผู้ขอไฟฟ้าโดยเริ่มปักเสาจากปากทางถนนสาคลี ผ่านหน้าวัดมารวิชัยเรื่อยไป ถึงตลาดสาคลี เป็นระยะทางประมาณ 7 ก.ม. ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อมีทั้งสิ้น

เมื่อปี พ.ศ. 2514 นอกจากนี้หลวงพ่อมียังได้สร้างแท้งน้ำ เครื่องสูบน้ำสำหรับพระและชาวบ้านได้ใช้ดื่มน้ำที่สะอาด สร้างศาลาท่าน้ำ สร้างหอสวดมนต์ในปี

พ.ศ. 2521และอื่นๆอีกมาก

หลวงปู่มี เขมธัมโม วัดมารวิชัย ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคม และ พลังจิตสูง และ มีลูกศิษย์ลูกหา มากมาย มีกิจนิมนต์ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษก ทั่วประเทศ ด้วยการตรากตรำงานมานาน สังขารของหลวงปู่จึงทรุดโทรม ทำให้ท่านอาพาธล้มป่วยลง จนกระทั้งวันที่ 26 มกราคม 2543 หลวงปู่มี เขมธัมโม ก็ละสังขาร มรณะภาพอย่างสงบ

(หมายเหตุ : บทความนี้นำมาจากเว็บไซต์ เจ็ดวัดดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์เดิมของผมที่ปิดไปแล้ว)