เลือกภาษาของคุณ

แบนเนอร์รับรองธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แบนเนอร์รับรองธุรกิจพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์

☝️☝️☝️คลิ๊กตรวจสอบ! ช้อปอย่างมั่นใจ ปลอดภัย 100% | เว็บไซต์นี้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) ตรวจสอบตัวตนได้จริง

 

ทรงกางเกงยีนส์ 

ผมเชื่อว่าหลายคนที่ใส่ กางเกงยีนส์ คงจะคุ้นเคยกางเกงยีนส์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งเราก็จะเรียกกันว่า “ทรง” เช่น กางเกงยีนส์ ทรงขากระบอก, กางเกงยีนส์ทรงเดฟ, กางเกงยีนส์ทรงขาบาน, กางเกงยีนส์ทรงขากระดิ่ง, กางเกงยีนส์ทรงขาม้า ฯลฯ แต่ทรงกางเกงยีนส์มาตรฐานจริงๆ แล้วเขาแบ่งแยกออกไปอย่างไร เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าครับ

อันที่จริงแล้วไม่มีอะไรยุ่งยาก ทรงกางเกงยีนส์ เราแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ฟิต, คัท เรามาดูรายละเอียดกันครับ

• ฟิต (Fit) คำนี้หากเราคุ้นเคยและได้ยินได้ใช้กัน อย่างเช่น “กางเกงยีนส์ตัวนี้มันฟิตเกินไป” ความหมายของเรา คือมันคับเกินไปใช่ไหม แต่ในความเป็นจริงแล้วคำว่า “ฟิต” ไม่ได้แปลว่า “คับ” เหมือนอย่างที่เราเข้าใจ ความหมายที่ถูกต้องคือ “ฟิต = พอดี” ก็คือเมื่อเราสวมกางเกงยีนส์เข้าไปแล้วรู้สึกว่ามีความพอดี มีช่องว่างพอดีตัว มีช่องว่างเหลือสบายๆ ไม่แน่นเกินไป นั่นเอง ซึ่งคำว่า ฟิต(Fit) นี้ ก็แบ่งออกเป็นทรงต่างๆ ที่เราอาจจะคุ้นเคย เช่น

 

ชนิดของกางเกงยีนส์

1. Regular Fit เรกูล่าร์ฟิต ทรง “เรกูล่าร์ฟิต” คือทรงที่มีความพอเหมาะพอดีแบบกลางๆ เป็นมาตรฐานที่สุดแล้วสำหรับทรงนี้ กางเกงยีนส์ทรงนี้ จะมีช่องว่างห่างจากผิวหนังเราไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป ซึ่งเป็นทรงที่เหมาะกับรูปร่างคนเรามากที่สุด จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นทรง Standard Fit หรือ Classic Fit ก็ว่าได้

2. Loose Fit ลูสฟิต กางเกงยีนส์ทรง “ลูสฟิต” เป็นทรงที่หลวมกว่า “เรกูล่าร์ฟิต” มีช่องว่างมากกว่า ใส่แล้วสบายกว่า เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า จึงเหมาะกับ พวกแนว Hip Hop, Dance, หรือพวกลุยๆ อย่างคาร์โก้ ยีนส์เพนท์เตอร์ คาร์เพนท์เตอร์ ชิโน เทร็คแพนท์

3. Relax Fit รีแล็กซ์ฟิต เป็นทรงที่อยู่ระหว่า เรกูล่าร์ฟิต กับ ลูสฟิต คือมันใหญ่กว่า เรกูล่าร์ฟิตแต่เล็กกว่าลูสฟิต แต่บางครั้งมันก็ดูคล้ายๆ ลูสฟิตในบางยี่ห้อกางเกงยีนส์นะครับ

4. Slim Fit สลิมฟิต เป็นทรงกางเกงยีนส์ที่ เข้ารูปมากๆ เล็กกว่าทรง เรกูล่าร์ฟิต แน่นอนครับ เป็นแบบเข้ารูปมากๆ ใส่แล้วพอดีตัว บางคนเรียก Modern Fit “โมเดิร์นฟิต”

5. Tight Fit ไทท์ฟิต แต่หลายคนเรียกทรง Skinny “สกินนี่” กางเกงยีนส์ทรงนี้จะเล็กกว่า “สลิมฟิต” เสียอีกใส่แล้วผ้าจะแนบเนื้อไม่มีช่องว่า เรียกว่า กางเกงยีนส์รัดรูป ซึ่งนิยมมากในปัจจุบัน

6. นอกจากทรงเกงเกงยีนส์ฟิต ทั้ง 5 ประเภทนี้แล้ว ยังมีทรงกางเกงยีนส์ฟิตแบบต่างๆ อีก เช่น Vintage Fit (วินเทจฟิต) ก็จะคล้ายๆ กับ สลิมฟิต นั่นแหละครับ และยังมี Roomy Fit รูมี่ฟิต ก็เหมือนกับ Relax Fit นั่นเอง

• คัท (Cut) เป็นลักษณะทรงที่มีการเรียกกับกางเกงยีนส์แบบไหน ทรงไหน เช่น

1. Straight cut สเตรทคัท ซึ่งเรามักเรียกทรงนี้ว่า ทรงขากระบอก ซึ่งเป็นทรงกางเกงยีนส์ที่เรามักเห็นกันเป็นส่วนมาก ที่ทรงจะมีลักษณะทิ้งตรงลงมาจากช่วงของสะโพก

2. Boot cut บูทคัท กางเกงยีนส์ทรงนี้ก็คือ กางเกงยีนส์ขาบาน ขากระดิ่ง ขาม้า ที่เราคุ้นเคยกันนั่นแหละครับ ที่ทำขาให้บานออกเนื่องจากสมัยก่อนคนอเมริกันที่ทำอาชีพปศุสัตว์อย่างพวก คาวบอย นิยมใส่รองเท้าบูท เมื่อใส่กางเกงยีนส์ทรงขากระบอกก็จะไปกองอยู่กับรองเท้าบูท ไม่สะดวก จึงมีการตัดกางเกงยีนส์ทรงนี้ออกมาเพื่อให้ปลายขาบานออกคลุมรองเท้าบูท

3. Tapered เทเปอร์  คือกางเกงยีนส์ที่มีทรงขากางเกงกว้างที่ตรงต้นขา และจะค่อยๆ เรียวเล็กลงมาตรงปลายขา ซึ่งบางครั้งเราเรียกว่า Carrot Cut และเจ้าทรง “เทเปอร์” นี้เองที่เรามักได้ยินคนไทยเรียกว่าทรง “เดฟ” คิดว่าน่าจะเป็นการออกเสียงที่ผิดเพี้ยนมาจากคำว่า “เทเปอร์”

ชนิดของกางเกงยีนส์

บทความที่ท่านอ่านมาทั้งหมดนี้ ก็คงพอที่จะเป็นแนวทางทำให้ทุกท่านสามารถเลือกกางเกงยีนส์ที่เหมาะสมกับท่านได้ ถึงยุคนี้สมัยนี้หลายๆ คนจะนิยมสวมใส่ กางเกงยีนส์ ทรง Skinny กันมาก แต่ผมก็เคยเห็นสาวๆ ใส่กางเกงขาบาน(Boot cut) เดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่น้อย ผมสังเกตได้ว่ามีหลายๆ คนต้องหันหลังกลับไปมองการแต่งกายสไตล์วินเทจของเธอ ที่สำคัญสำหรับวัฒนธรรมการใส่ยีนส์ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ทรงไหนแบบไหน ขอให้สวมใส่อย่างมั่นใจ นั่นแหล่ะครับมันคือ กางเกงยีนส์ ในแบบของคุณ และเป็นกางเกงยีนส์สไตล์ของคุณ 

บทความ JeansZa

  • ลีวาย บิดาของบลูยีนส์

    รูปลีวายส์ สเตราส์

    ลีวาย สเตราส์ ผู้ให้กำเนิดบลูยีนส์

    ประเทศอเมริกาแถบตะวันตก รัฐแคลิฟอเนียร์ ได้มีข่าวแพร่สะพัดในเรื่องของแร่ทองคำ ในปี ค.ศ. 1848 ทำให้มีผู้คนอพยบเข้ามาในรัฐแคลิฟอเนียร์กว่า 300,000 คน ซึ่งจากปกตินิคมแคลิฟอเนียร์มีประชากรเพียง 200 คนเท่านั้น ทองคำที่พบจากปกติสามารถหยิบจับต้องได้ตามพื้นดินทั่วไป ก็จำต้องขุดหา หรือร่อนเอาจากแม่น้ำ และถึงขั้นมีการลงทุนจากบริษัทเพื่อทำเหมืองแร่ นับเป็นการสร้างความมั่งคั่งอย่างมากมาย ทั้งอุตสหกรรม และการขนส่งคมนาคม เส้นทางรถไฟ การเดินเรือ

    อ่านเพิ่มเติม: ลีวาย...

  • ป้ายแคร์ Levi's ปี 1987-1994

    ป้ายแคร์ Levi's ปี 1987-1994
    ดูป้ายแคร์ Levi's ปี 1987-1994

    วิธีดูป้ายแคร์ Levi's ปี 1987-1994

    ครั้งนี้เราจะมาชมป้ายแคร์ที่หลายคนคุ้นเคย และมักพบเห็นกันบ่อยๆ นั่นคือป้ายแคร์แบบ "Bat Wings" ป้ายแคร์แบทวิง (แปลว่า ปีกค้างคาว) นั้นเริ่มนำมาใช้กับกางเกงยีนส์ Levi's ในช่วงปี 1987 จนถึง ปี 1994 และผลิตมาใช้เป็นแบบ 2 สี คือ สีแดง และสีดำ เรามาชมรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า ป้ายแบทวิง ลีวายส์ช่วงในยุค 80s-90s มีรายละเอียดอะไรบ้าง

    อ่านเพิ่มเติม: ป้ายแคร์...

  • ป้ายแคร์ Levi's ปี 1986-1987

    ป้ายแคร์ Levi's ปี 1986-1987
    วิธีดูป้ายแคร์ Levi's ปี 1986-1987

    วิธีดูป้ายแคร์ Levi's ปี 1986-1987

    ป้ายแคร์กางเกงยีนส์ลีวายส์ (Care instruction label) เป็นส่วนหนึ่งที่หลายคนใช้ดูประกอบ เพื่อพิจารณาว่ากางเกงยีนส์ Levi's ตัวนั้นแท้หรือปลอม และผลิตในปีไหน ประเทศอะไร แต่มันก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้นนะครับ เพราะในบางครั้งกางเกงยีนส์ Levi's บางตัวโดยเฉพาะมือสอง ป้ายแคร์นี้ ก็จะหลุดหายไป หรือถูกตัดออกไป สำหรับบทความนี้ก็จะให้ท่านได้ชมป้ายแคร์กางเกงยีนส์ Levi's ที่ผลิตในช่วงปี 1986-1987 

    อ่านเพิ่มเติม: ป้ายแคร์...

ปุ่ม Subscribe